อย. เตือนประชาชนเพิ่มความระมัดระวังการใช้ผลิตภัณฑ์แก้ไขท่ออุดตัน เพราะจะเกิดอันตราย ร้ายแรงได้ทั้งจากการสัมผัสถูกผิวหนัง ถูกตา หรือกลืนกินสารนี้เข้าไป ต้องรีบปฐมพยาบาลโดยใช้น้ำสะอาดในการชะล้างหรือดื่มน้ำสะอาดเข้าไปมากๆ เพื่อให้พิษเจือจาง แล้วพาไปพบแพทย์ ย้ำ ก่อนเลือกซื้อควรสังเกต ลักษณะภายนอก ฝาขวดปิดเรียบร้อย ต้องไม่มีรอยรั่วซึมจากสารเคมีภายใน ที่ฉลากผลิตภัณฑ์ต้องมีเลขทะเบียน อย. วอส. ที่อยู่ผู้ผลิต/ผู้จำหน่าย ที่สำคัญ ก่อนใช้ควรอ่านฉลากให้เข้าใจดีเสียก่อนเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ภญ.พรพิมล ขัตตินานนท์ นักวิชาการอาหารและยา 10 ชช. ด้านมาตรฐานผลิตภัณฑ์ด้าน สาธารณสุข เปิดเผยว่า ปัจจุบันผลิตภัณฑ์แก้ไขการอุดตันของท่อมีผู้นิยมเลือกใช้ในการแก้ไขปัญหาท่อน้ำที่ อุดตันในบ้านเรือน เพราะสะดวกและรวดเร็ว แต่ก็อาจเป็นดาบ 2 คม หากใช้ไม่ถูกวิธี ทำให้ได้รับอันตรายจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เนื่องจากสารเคมีที่ใช้ในผลิตภัณฑ์แก้ไขการอุดตันของท่อมีทั้งสารเคมีในกลุ่มด่างแก่คือ โซเดียมไฮดรอกไซด์ (Sodium hydroxide) ซึ่งมีฤทธิ์ในการกัดกร่อนสูง หากสัมผัสทางผิวหนังจะทำให้เกิดการระคายเคืองและเกิดการไหม้ที่ผิวหนัง หากสัมผัสถูกตาอาจเป็นต้นเหตุของกระจกตาถูกทำลาย ส่วนการได้รับ สารเคมีทางปากหรือกลืนกินเข้าไปจะเกิดการปวดท้องอย่างรุนแรง อาเจียน ท้องเสีย และหมดสติได้ ความ ดันโลหิตตกลงอย่างรวดเร็วเป็นอาการของกระเพาะอาหารหรือทางเดินอาหารทะลุ นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์ แก้ไขการอุดตันของท่อที่ใช้จุลินทรีย์เป็นส่วนประกอบ ซึ่งเป็นตัวที่สร้างเอนไซม์เพื่อย่อยสลายสารอินทรีย์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเศษอาหาร คราบไขมัน ฯลฯ ที่เกาะอยู่ตามท่อ อันตรายที่อาจเกิดขึ้นจะคล้ายผลิตภัณฑ์ในกลุ่มด่างแก่คือ ระคายเคืองผิวหนังและดวงตา หากกินเข้าไปทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสียอย่างไม่รุนแรงได้ ซึ่งมีวิธี การแก้พิษเบื้องต้นในลักษณะเดียวกันคือ การล้างผิวหนังบริเวณที่สัมผัสด้วยน้ำสะอาดนานๆ ส่วนการได้รับ สัมผัสที่ตา ให้ล้างด้วยน้ำสะอาดจำนวนมากๆ เช่นกัน หากมีการกลืนกินเข้าไปและผู้ป่วยยังมีสติอยู่ให้ดื่มน้ำ สะอาดตามมากๆ และถ้าเป็นสารเคมีในกลุ่มด่างแก่ห้ามทำให้อาเจียนเด็ดขาดเพราะการย้อนกลับของด่างแก่จะ เป็นอันตรายต่อหลอดลมได้ หลังจากนั้นให้พาไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด พร้อมภาชนะบรรจุผลิตภัณฑ์ต้นเหตุ ภญ.พรพิมล ขัตตินานนท์ กล่าวต่อไปว่า ขอให้ประชาชนตระหนักถึงพิษภัยที่อาจเกิดขึ้นจาก การใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ และควรให้ความสำคัญกับการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ด้วย โดยผลิตภัณฑ์ที่มีด่างแก่เป็น ส่วนประกอบและมีรูปแบบของเหลว ควรจะต้องสังเกตที่ฝาขวดเป็นพิเศษว่าสามารถปิดได้อย่างเรียบร้อย ไม่มีรอยรั่วซึมจากสารเคมีภายใน นอกจากนี้ ที่ฉลากของผลิตภัณฑ์แก้ไขการอุดตันของท่อต้องมีเลขทะเบียน อย. วอส. ที่อยู่ของผู้ผลิต/ผู้จำหน่าย เพื่อจะได้รับผลิตภัณฑ์ที่ได้ผ่านการกำกับดูแลคุณภาพมาตรฐานจาก อย.แล้ว อีกทั้งก่อนใช้ควรอ่านฉลากถึงวิธีการใช้ ข้อห้ามต่าง ๆ ให้เข้าใจ เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นต่อร่างกาย จากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ได้ http://www.pha.nu.ac.th/apirukw/dis/forum_posts.asp?TID=140
กองพัฒนาศักยภาพผู้บริโภค เดือนมกราคม ข่าวแจก 30 / ปีงบประมาณ 2546
(http://www1.fda.moph.go.th/information2546.nsf/e075fc4100c6be56802566400046bb07/639213df85fd9ea3c7256cbd00262c0f?OpenDocument)
วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา มีบทบาทและหน้าที่ในการคุ้มครองผู้บริโภคด้านความปลอดภัย คุณภาพมาตรฐานและความสมประโยชน์จากการใช้ผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายที่ใช้ในบ้านเรือนและทางสาธารณสุข โดยมีการกำกับดูแลผลิตภัณฑ์และการประกอบการเกี่ยวกับวัตถุอันตรายทั้งก่อนออกสู่ท้องตลาด และหลังออกสู่ท้องตลาดให้เป็นไปตามกฎหมาย ภายใต้ พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ตลอดจนการประสานงานความร่วมมือกับภาครัฐและภาคเอกชนในการดำเนินการ ดังกล่าว
ตามคำนิยามในพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 วัตถุอันตรายหมายถึง
1. วัตถุระเบิด 2. วัตถุไวไฟ 3. วัตถุออกซิไดซ์และวัตถุเปอร์ออกไซด์ 4. วัตถุมีพิษ 5. วัตถุที่ทำให้เกิดโรค 6. วัตถุกัมมันตรังสี 7. วัตถุที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม 8. วัตถุกัดกร่อน 9. วัตถุที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง 10. วัตถุอย่างอื่น ไม่ว่าจะเป็นเคมีภัณฑ์หรือสิ่งอื่นใด ที่อาจทำให้เกิดอันตรายแก่บุคคล สัตว์ พืช ทรัพย์ หรือสิ่งแวดล้อม
บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย (ตามบัญชีท้ายประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม พ.ศ.2546 พ.ศ.2547 และ พ.ศ.2548)
|
ชนิดของวัตถุอันตราย |
|
|
ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 แบ่งวัตถุอันตรายตามการควบคุมเป็น 4 ชนิด ดังนี้
1. วัตถุอันตรายชนิดที่ 1 ได้แก่ วัตถุอันตรายที่ผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือไว้ในครอบครองต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด โดยไม่ต้องขอขึ้นทะเบียนและขออนุญาต ตัวอย่างวัตถุอันตรายชนิดที่ 1
2. วัตถุอันตรายชนิดที่ 2 ได้แก่ วัตถุอันตรายที่ผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครอง ต้องขอขึ้นทะเบียนและแจ้งการดำเนินการให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบก่อน ตัวอย่างวัตถุอันตรายชนิดที่ 2
3. วัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ได้แก่ วัตถุอันตรายที่ผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครอง ต้องขอขึ้นทะเบียนและอนุญาต
4. วัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ได้แก่ วัตถุอันตรายที่ห้ามมิให้ผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครอง |
|
ประเภทของวัตถุอันตราย |
|
|
วัตถุอันตรายที่ใช้ในบ้านเรือนหรือทางสาธารณสุขในส่วนที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาที่ต้องขึ้นทะเบียน จำแนกตามประโยชน์การใช้ของวัตถุอันตรายเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ต่างๆ 10 กลุ่ม ดังต่อไปนี้
1. ผลิตภัณฑ์ป้องกันและกำจัดแมลง เห็บ หมัด หนู 2. ผลิตภัณฑ์ดับกลิ่นหรือไล่แมลง 3. ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคหรือกำจัดกลิ่นในสระว่ายน้ำ 4. ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรค 5. ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้น ฝาผนัง เครื่องสุขภัณฑ์ และวัสดุอื่นๆ 6. ผลิตภัณฑ์แก้ไขการอุดตันของท่อ 7. ผลิตภัณฑ์ซักผ้าขาว 8. ผลิตภัณฑ์ซักผ้าแห้งหรือสื่งทออื่นๆ 9. ผลิตภัณฑ์ลบคำผิดหรือสารละลายที่ใช้เจือจางผลิตภัณฑ์ลบคำผิด 10. กาว |
ที่มา- http://www.fda.moph.go.th/psiond/newweb/psiond%2Dweb/
|